top of page

จากความหลากหลายของโลกดนตรีสู่ที่ทำงาน

2 days ago
2 min read

เนเน่ทำให้ Rock Never Die กลับมามีชีวิตชีวา จนผู้คนลุกขึ้นมาชื่นชมและเสียน้ำตาให้กับเด็ก Gen Z จากภูเก็ต ขณะที่คอนเสิร์ตย้ำๆ ครั้งสุดท้ายของพี่ป้อม อัสนี ก็กลับมาอยู่ใน Feed ของคนรุ่นใหม่ ทั้งคนที่ตั้งใจไปฟังด้วยตัวเอง และคนที่พาคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย


เราสามารถชื่นชมศิลปินต่างวัยบนเวทีเดียวกันได้ แต่เมื่อกลับมาทำงานร่วมกัน ทำไมเรื่องอายุจึงกลายเป็นจำเลยของแทบทุกปัญหา? เด็กไม่อดทน ผู้ใหญ่ไม่เปิดใจ Gen นี้เป็นอย่างนั้น Gen นั้นเป็นอย่างนี้

ลองเดาดูครับว่า คำบรรยายต่อไปนี้กำลังพูดถึงคน Gen ไหน


"ปรับตัวเก่ง คุ้นเคยกับเทคโนโลยี คิดนอกกรอบ เป็นตัวของตัวเอง ต้องการบริหารเวลาของตัวเอง และมีความเป็น Entrepreneur"


ฟังดูเหมือน Gen Z ใช่ไหมครับ?

แต่คำบรรยายเหล่านี้มาจากหนังสือ The Manager’s Pocket Guide to Generation X ของ Bruce Tulgan ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1997 และกล่าวถึงคน Gen X


อีกข้อความหนึ่งบอกว่า


"คนรุ่นนี้มีสิ่งดึงดูดความสนใจมากมาย ชอบใช้โทรศัพท์มือถือ นิยมติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และชอบออกไปพบปะพูดคุยกันตามร้านกาแฟ"


ฟังดูคุ้นๆ อีกแล้วใช่ไหมครับ?

นี่คือคำอธิบายคน Gen Y ในหนังสือ Generation Y: Thriving and Surviving with Generation Y at Work ของ Peter Sheahan ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2006


คนที่วันนี้กำลังบ่นถึงเด็กรุ่นใหม่ ก็เคยเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจมาก่อนเช่นกัน


Every generation is a stranger to the generation before it.

ทุก Generation ล้วนเป็น “คนแปลกหน้า” ของคนรุ่นก่อน เพราะพวกเขาเติบโตมาในโลกที่เราไม่ได้เติบโตมา


แต่โลกไม่ได้เปลี่ยนเท่ากันในทุกยุค

วันนี้การเรียนรู้เกิดผ่านหลาย Platform หลาย Screen ข้อมูลไม่ได้ผ่านครูหรือผู้ใหญ่เพียงทางเดียว เรื่องสิ่งแวดล้อม Purpose และความรับผิดชอบต่อสังคม ก็เข้ามาอยู่ในคำถามเรื่องงานและชีวิต

ความไม่คุ้นเคยจึงอาจมากขึ้น เราต้องทำความรู้จักโลกของเขา ไม่ใช่เพียงจำ Characteristic ของ Gen เขา


แม้แต่เพลง “เนเน่ นายแน่มาก” ของแอ๊ด คาราบาว ที่มีเวอร์ชันร้องร่วมกับปาน ธนพร ก็อธิบายสิ่งที่เรากำลังคุยอยู่นี้ได้ ผมเห็นความตั้งใจพี่แอ๊ดและเพื่อน แต่ก็ไม่แปลกใจนักที่การตอบรับหลายๆ คน เป็นเรื่องชวนขัน ออกแนวเฮฮา รูปแบบบาว–ปานที่เคยสร้างความนิยมในยุค Gen X แต่อยู่ในอีกยุคและบริบทหนึ่ง ก็อาจถูกตีความต่างออกไป และคนที่รู้สึกไม่อิน ไม่ใช่แค่ Gen ใหม่ คนที่เคยชอบรูปแบบนี้ ในยุคนั้น ก็ยังอาจมองด้วยความรู้สึกต่างออกไปจากเมื่อก่อน


ประสบการณ์มีคุณค่าในยุคหนึ่ง แต่สูตรที่เคยสำเร็จ ยังต้องอ่านบริบทใหม่ให้ออก


แล้วเนเน่, ลิซ่า และพี่ป้อม บอกอะไรเรา?

ในทางจิตวิทยา แนวคิด General Intelligence หรือ g-factor (Cattell–Horn) อธิบายความสามารถทางปัญญา โดยแยกความสามารถสำคัญเป็นสองแบบ


Fluid Intelligence คิดกับโจทย์ใหม่ จับ Pattern และแก้ปัญหาที่ไม่เคยเจอ

Crystallized Intelligence ใช้ความรู้และความเข้าใจที่สะสมจากการเรียนรู้และประสบการณ์


พูดง่ายๆ

Fluid = คือจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

Crystallized = Wisdom ที่ใช้ประสบการณ์สร้างคุณค่า


Fluid จะเกิดในวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น และจะ Peak ช่วงวัย 20-30

ส่วน Crystallized จะค่อยๆ สะสมมาตั้งแต่วัยกลางคน และจะ Peak ในช่วง 50-70

แต่ก็ไม่ใช่ว่า Intelligence หนึ่งหมด แล้วอีกอย่างจึงเกิด ความสามารถต่างๆ เติบโตและเปลี่ยนไปคนละจังหวะ มีช่วงถดถอยและก่อตัวใหม่คู่ขนานกันไป



ทั้ง เนเน่ ลิซ่า พี่ป้อม มีทั้งสองอย่างแต่มีในสัดส่วนที่ต่างกัน

เนเน่อยู่ในวัยที่ Fluid หลายด้านกำลังแข็งแรง มีการเรียนรู้จาก YouTube ดู ลอง ทำ รับสิ่งที่ชอบจากหลายแหล่ง แล้วพัฒนาเป็นผลงานของตัวเอง ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่ฝึกและขึ้นเวที เธอก็กำลังสะสม Crystallized ไปด้วย


ลิซ่า ในช่วงวัยนี้ เติบโตและ mature เต็มที่ ทำให้เห็นช่วงที่ความสามารถรับมือสิ่งต่างๆ ได้ มีการคิดทดลองงานแนวใหม่ โดยมีฟื้นฐานเดิมรองรับ ไม่กลัวที่จะออกจาก สูตรสำเร็จเดิม แต่ก็ยังมีอาการลองผิด ลองถูกอยู่ Talent ผ่านการฝึก Discipline และการทำงานอย่างมืออาชีพ จนไม่ได้มีเพียงทางเลือกมากขึ้น แต่มีประสบการณ์ช่วยเลือกว่าจะใช้อะไร เมื่อไร และอย่างไร


พี่ป้อม อัสนี ทำให้เห็น คุณค่าที่เกิดจากการบ่มเพาะ มีการฝึกและผ่านสนามจริงมาหลายรูปแบบ

ก่อนความสำเร็จเป็นอัสนี–วสันต์ พี่ๆ เคยผ่านงานนักดนตรีแบ็กอัพ เล่นประกอบให้ศิลปินอื่น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ช่วยให้คนอื่นโด่งดัง ก่อนจะมายืนอยู่หน้าเวทีในชื่อของตัวเอง สนามแบบนี้สอนทั้งฝีมือ การฟัง การรู้จังหวะของตัวเอง ความอดทน การปรับจังหวะ ความเชี่ยวชาญจึงไม่ได้อยู่แค่เล่นได้กี่ Technique แต่อยู่ที่รู้ว่าเมื่อไรควรเล่น หยุด หรือปรับ อ่านเวที อ่านคนดู และเล่นไปกับวง


วันนี้ศิลปินรุ่นใหม่อาจไม่ต้องผ่านเส้นทางเดียวกัน Platform เปิดโอกาสให้สร้างผลงานและพบผู้ชมได้โดยตรง เส้นทางสะสมประสบการณ์จึงเปลี่ยนไป แต่คุณค่าของการเรียนรู้ไม่ได้หายไป


"ความคิดใหม่ช่วยให้เห็น Possibility ประสบการณ์ช่วยให้เห็นเงื่อนไขและผลที่อาจตามมา"


Creativity needs Experience.

Experience needs Fresh Eyes.


ในที่ทำงาน เราให้สองอย่างนี้เจอกันจริงไหม?

เมื่อมีคนเสนอวิธีใหม่ แทนที่จะจบด้วย “เคยลองแล้ว” ลองเล่าว่าครั้งก่อนติดอะไรแล้วช่วยกันดูว่าวันนี้มีอะไรเปลี่ยน เมื่อคนมีประสบการณ์เตือนความเสี่ยง แทนที่จะสรุปว่า “ไม่เปิดใจ” ลองถามว่าเขาเห็นอะไรที่เรายังไม่เห็น


แล้วร่วมกันออกแบบการทดลอง ให้คนเสนอได้เรียนรู้จากประสบการณ์ และคนมีประสบการณ์ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ทดลอง

อย่า Stereotying ว่าเด็กเก่งเทคโนโลยี ผู้ใหญ่คิดกลยุทธ์ Gen X คือตัวร้าย Gen Y คือโลกสวย Gen Z คือของแปลก ให้ความสามารถจริงเป็นตัวกำหนดบทบาท


การมีทุกวัยอยู่ในทีม ยังไม่เท่ากับทุกวัยมีส่วนสร้างผลงานของทีม และวันหนึ่ง…

ลิซ่า ก็จะอยู่ในจุดที่พี่ป้อมยืน

เนเน่ก็จะอยู่ในวันนี้ของลิซ่า

และเนเน่คนใหม่ๆ ก็จะขึ้นมาทดแทน

เราไม่ได้เป็นคนรุ่นใหม่ตลอดไป วันหนึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจคนที่เติบโตในโลกอีกแบบ ซึ่งอาจเปลี่ยนมากกว่าดิจิทัลดิสรัปชันที่เราเจอวันนี้ด้วยซ้ำ


ผมไม่ได้คิดว่าคนต่างวัยไม่มีความต่าง แต่ Generation Label ที่แต่ละคนแขวนไว้ อาจทำให้เราหยุดรู้จักและเรียนรู้ เข้าใจกันเร็วเกินไป วันนี้เราอยากให้คนรุ่นก่อนเปิดใจให้เราอย่างไร วันข้างหน้า เราก็คงต้องเปิดใจให้คนรุ่นถัดไปอย่างนั้น


ในที่ทำงาน คำถามจึงไม่ใช่ Generation ไหนดีกว่า แต่คือเราจะให้ความสามารถที่ต่างกัน “เล่นอยู่ในทีมเดียวกัน” ได้อย่างไร



บนเวทีดนตรี แม้จะยังนึกภาพไม่ออกว่าเวทีที่มี เนเน่ เล่นลีดกีตาร์ ลิซ่า ร้องนำพร้อมโชว์ Choreography ในสไตล์ของเธอ โดยมีพี่ป้อม เล่นริธึมกีตาร์ นั้นจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าเกิดจริง ก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม เพราะเราจะไม่ได้จำว่า เทคนิคทางดนตรีดีขนาดไหน แต่เราจะจำได้ว่า inclusivity นั้นสวยงามแบบนี้นี่เอง :-)



 
 
 

Comments


bottom of page